การยื่นคำขอเปิดร้านอาหาร | อธิบายวิธีเขียน วิธีส่ง และสถานที่ยื่น พร้อมตัวอย่างการกรอก

การยื่นคำขอเปิดร้านอาหาร | อธิบายวิธีเขียน วิธีส่ง และสถานที่ยื่น พร้อมตัวอย่างการกรอก

経営2026/07/182026/07/16New

หลายคนคงเคยหยุดมือไปชั่วขณะเมื่อเห็นเอกสารที่ไม่คุ้นตาแล้วคิดว่า “ใบจดทะเบียนเริ่มประกอบกิจการต้องยื่นเมื่อไหร่ ที่ไหนกันแน่?” แต่ถ้าค่อย ๆ ตรวจเช็กไปตามลำดับแล้วล่ะก็ การยื่นใบจดทะเบียนเริ่มประกอบกิจการไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเลย

บทความนี้ได้สรุปวิธีการขอใบจดทะเบียนเริ่มประกอบกิจการสำหรับผู้ที่ต้องการเปิดร้านอาหารในนามบุคคลธรรมดา พร้อมตัวอย่างวิธีการกรอกเอกสารไว้ให้เรียบร้อย เมื่ออ่านจบแล้ว คุณจะสามารถเตรียมเอกสารที่จำเป็นและยื่นเรื่องได้อย่างมั่นใจโดยไม่สับสน

ขอแจ้งสรุปให้ทราบก่อนล่วงหน้า สิ่งสำคัญ 4 ข้อที่ต้องให้ความสำคัญในแบบฟอร์มแจ้งเปิดกิจการร้านอาหารมีดังนี้

ก่อนอื่นถ้าคุณเข้าใจ 4 ข้อนี้ไว้ให้ดี โครงหลักของขั้นตอนต่าง ๆ ก็ถือว่าโอเคแล้ว จากตรงนี้ไปจะเป็นคำอธิบายเพิ่มเติมของแต่ละข้อ เพื่อไม่ให้คุณมาสะดุดหรือติดขัดระหว่างทาง ถ้ากำลังรีบอยู่ ก็ลองเลือกอ่านเฉพาะหัวข้อที่คุณสนใจก็พอได้ครับ/ค่ะ

ทั้งนี้ บทความนี้มุ่งเน้นไปที่ผู้ที่กำลังจะเปิดกิจการในนามบุคคลธรรมดา (ผู้ประกอบการรายย่อย/เจ้าของกิจการบุคคลธรรมดา) เป็นหลัก หากเปิดกิจการในรูปแบบนิติบุคคล ขั้นตอนต่าง ๆ จะแตกต่างกันมาก ซึ่งจะกล่าวถึงความแตกต่างในช่วงท้ายบทความ

ร้านอาหารจำเป็นต้องยื่นคำขอจดทะเบียนเปิดกิจการหรือไม่?

หากคุณต้องการเปิดร้านอาหารในฐานะบุคคลธรรมดา การยื่นคำขอจดทะเบียนเริ่มประกอบกิจการเป็นสิ่งจำเป็น เอกสารนี้เป็นแบบฟอร์มแจ้งต่อสำนักงานสรรพากรว่าคุณได้เริ่มทำธุรกิจแล้ว โดยมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “แบบฟอร์มแจ้งเริ่มต้นหรือเลิกประกอบกิจการในฐานะผู้ประกอบการรายบุคคล”

ความจริงแล้ว ต่อให้ไม่ยื่นแบบแจ้งเริ่มประกอบธุรกิจก็ไม่มีโทษปรับใด ๆ อย่างไรก็ตาม หากไม่ยื่นก็จะเสียโอกาสได้รับสิทธิประโยชน์หลายอย่าง ทำให้แทบไม่มีเหตุผลที่จะไม่ยื่นเลย สิทธิประโยชน์หลัก ๆ มีอยู่ 3 ข้อดังนี้

  • สามารถยื่นแบบฟอร์มสีฟ้าได้:เช่น การหักลดหย่อนพิเศษสูงสุด 650,000 เยน เป็นต้น ซึ่งช่วยประหยัดภาษีได้อย่างมาก
  • สามารถเปิดบัญชีธนาคารในนามชื่อร้านได้:สามารถเปิดบัญชีด้วยชื่อร้านของคุณ ทำให้การจัดการเงินเป็นระบบมากขึ้นและเพิ่มความน่าเชื่อถือ
  • ได้เปรียบในการพิจารณาสินเชื่อและเงินอุดหนุน:สำเนาใบแจ้งเปิดกิจการมักถูกใช้เป็นหลักฐานยืนยันการมีอยู่จริงของกิจการ

แม้จะมักถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเพราะไม่มีบทลงโทษ แต่ควรตระหนักไว้ว่า ข้อเสียจากการไม่ยื่นนั้นมีมากกว่ามาก

ควรยื่นคำขอจดทะเบียนเปิดกิจการเมื่อไหร่?

โดยหลักแล้ว ต้องยื่นแบบแจ้งเริ่มประกอบธุรกิจภายใน 1 เดือนนับจากวันเริ่มกิจการ ซึ่งเป็นกฎที่กำหนดไว้ในกฎหมายภาษีเงินได้ (มาตรา 229) หากวันครบกำหนดตรงกับวันเสาร์–อาทิตย์หรือวันหยุดราชการ วันครบกำหนดจะเลื่อนไปเป็นวันทำการถัดไปของหน่วยงานราชการแทน

ตามที่กล่าวไปแล้ว แม้จะเกิน 1 เดือนก็ไม่มีโทษปรับ และสำนักงานสรรพากรก็ยังรับแบบแจ้งเริ่มประกอบกิจการย้อนหลังได้ อย่างไรก็ตาม หากยื่นล่าช้า อาจทำให้เสียเปรียบทางภาษีได้ เช่น ไม่ทันยื่นขอใช้ระบบยื่นแบบภาษีเงินได้แบบครึ่งปี (ยื่นแบบสีน้ำเงิน) สำหรับปีที่เริ่มกิจการเป็นต้น ดังนั้นควรถือหลักว่า “เริ่มกิจการแล้วให้รีบยื่นโดยเร็ว”

อีกเรื่องสำคัญคือ “คำขออนุมัติยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้แบบสีน้ำเงิน” ซึ่งต้องยื่นหากต้องการประหยัดภาษีด้วยการยื่นแบบสีน้ำเงิน เอกสารฉบับนี้มีกำหนดส่งต่างจากแบบแจ้งเริ่มประกอบกิจการ โดยกำหนดส่งคือภายใน 2 เดือนนับจากวันที่เริ่มประกอบกิจการ การแยกจัดการเส้นตายสองอย่างนี้ค่อนข้างยุ่งยาก ดังนั้นวิธีที่ฉลาดคือยื่นคำขออนุมัติแบบสีน้ำเงินพร้อมกับแบบแจ้งเริ่มประกอบกิจการไปพร้อมกันเลย

ความคิดเห็นจากหัวหน้างาน

ความคิดเห็นจากหัวหน้างาน

Point

จริง ๆ แล้ว มีคนพลาดกำหนด 2 เดือนของการยื่น “คำขออนุมัติยื่นแบบฟ้าคราม (青色申告)” มากกว่าการลืมยื่นแบบแจ้งเริ่มประกอบการเสียอีก หลายคนยื่นแค่แบบแจ้งเริ่มประกอบการไปก่อน แล้วคิดว่า “เรื่องฟ้าครามค่อยทำทีหลัง” พอรู้ตัวอีกที 2 เดือนก็ผ่านไปแล้ว ทำให้ปีนั้นยื่นได้แค่แบบ “ขาว (白色申告)” เท่านั้น เรื่องแบบนี้ได้ยินบ่อยมาก เพราะปลายทางที่ยื่นคือสำนักงานสรรพากร (税務署) แห่งเดียวกัน ถ้าลังเล แนะนำให้ยื่นทั้งสองแบบพร้อมกันเป็นชุด 2 ใบไปเลย จะชัวร์ที่สุด

※กำหนดเวลายื่นคำขออนุมัติยื่นแบบฟ้าคราม (青色申告承認申請書) คือภายใน 2 เดือนนับจากวันเริ่มกิจการ (วันเริ่มประกอบธุรกิจ) (หากเริ่มกิจการภายในวันที่ 15 มกราคมของปีนั้น หรือเปลี่ยนจากแบบขาวเป็นแบบฟ้าคราม ให้ยื่นได้ถึงวันที่ 15 มีนาคมของปีนั้น) เนื่องจากกำหนดเวลายื่นต่างจากแบบแจ้งเริ่มกิจการ (開業届) ที่ต้องยื่นภายใน 1 เดือนหลังเริ่มกิจการ เพื่อไม่ให้ลืม จึงควรยื่นคำขออนุมัติยื่นแบบฟ้าครามพร้อมกับแบบแจ้งเริ่มกิจการในคราวเดียวกันจะมั่นใจกว่า

สิ่งที่จำเป็นสำหรับการยื่นคำขอจดทะเบียนเปิดกิจการและสถานที่ขอรับแบบฟอร์ม

มักจะเข้าใจกันว่ามีแค่แบบฟอร์มคำขอใบเดียวก็พอ แต่จริง ๆ แล้วจำเป็นต้องใช้ทั้งเอกสารยืนยันหมายเลขไม่นัมเบอร์และเอกสารยืนยันตัวตนด้วย เพื่อไม่ให้ลนลานในวันจริง ควรเตรียมเอกสารเหล่านี้ให้พร้อมล่วงหน้า



วิธีหลัก ๆ ในการขอรับแบบฟอร์ม (ตัวเอกสารแจ้งเริ่มประกอบธุรกิจ) มีอยู่ 3 วิธีดังนี้

  1. รับที่เคาน์เตอร์ของสำนักงานสรรพากร
  2. ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ของกรมสรรพากร(พิมพ์ไฟล์ PDF แล้วกรอกข้อมูล)
  3. ใช้บริการจัดทำเอกสารของ e-Tax หรือซอฟต์แวร์บัญชี(จัดทำตามคำแนะนำที่แสดงบนหน้าจอ)

เมื่อยื่นแล้วกรุณาเก็บสำเนา (สำเนารายการที่กรอกหรือข้อมูล)ไว้กับตัวเสมอ เนื่องจากอาจถูกขอให้แสดงในขั้นตอนการพิจารณาสินเชื่อหรือการเปิดบัญชี ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2025 (เรวะปีที่ 7) เป็นต้นไป สำนักงานสรรพากรได้ยกเลิกการประทับตราวันที่รับเอกสารบนสำเนาที่เก็บไว้แล้ว ในกรณีส่งทางไปรษณีย์ ให้ส่งเฉพาะฉบับจริงเท่านั้น และสำหรับผู้ที่ต้องการ จะมีการออก “แผ่นพับข้อมูล” ซึ่งระบุวันที่ยื่นและชื่อสำนักงานสรรพากรให้ ดังนั้นโปรดเก็บแผ่นพับนี้ไว้ด้วย

ความคิดเห็นจากหัวหน้างาน

ความคิดเห็นจากหัวหน้างาน

Point

มีหลายสถานการณ์ที่คุณจะถูกขอให้แสดงสำเนาแบบยื่น เมื่อสมัครขอสินเชื่อหรือเปิดบัญชีชื่อร้าน/ชื่อกิจการ แนะนำให้ถ่ายสำเนาเก็บไว้เอง 1 ชุด และอย่าทิ้งแผ่นพับหรือเอกสารที่ได้รับจากเคาน์เตอร์หรือทางไปรษณีย์ ควรเก็บไว้ให้ดี ถ้าใช้ e-Tax ใบแจ้งการรับเรื่องจะถือเป็นหลักฐานการยื่นได้เลย ทำให้สะดวกที่สุดในแง่นี้


วิธีเขียนแบบฟอร์มแจ้งเริ่มประกอบธุรกิจ (ตัวอย่างการกรอก)

แม้แบบฟอร์มคำขอเปิดกิจการจะดูเหมือนมีช่องให้กรอกเยอะ แต่สำหรับการเปิดร้านอาหารแล้ว ช่องที่มักทำให้คนสะดุดมีอยู่เพียงไม่กี่ส่วนเท่านั้น ที่นี่จะอธิบายโดยเน้นเฉพาะสองช่องที่หลายคนมักสับสน คือ “ช่องอาชีพ” และ “ช่องชื่อร้าน (ชื่อกิจการ)”

  • ช่องอาชีพ: เขียนว่า “ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม” ก็ใช้ได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องยึดตามการแบ่งประเภทอย่างเคร่งครัด ขอแค่เป็นคำอธิบายที่ทำให้เข้าใจลักษณะธุรกิจได้ ก็จะได้รับการยอมรับ
  • ช่องชื่อร้าน: ให้กรอกชื่อร้านของคุณ ช่องนี้จะกรอกหรือไม่ก็ได้ แต่ถ้าคุณต้องการเปิดบัญชีธนาคารในนามชื่อร้าน แนะนำให้กรอกไว้จะดีกว่า
  • ช่องสรุปภาพรวมของธุรกิจ: ควรหลีกเลี่ยงการเขียนแบบกว้าง ๆ เช่น “ธุรกิจบริการ” และเขียนให้ชัดเจนเจาะจง เช่น “บริหารจัดการร้านอิซากายะ” หรือ “ดำเนินกิจการคาเฟ่” แทน

ควรยื่นแบบฟอร์มแจ้งเริ่มประกอบธุรกิจที่ไหน และต้องยื่นอย่างไร?

สถานที่ยื่นคือสำนักงานสรรพากรที่มีอำนาจดูแลพื้นที่ที่คุณมีที่อยู่สำหรับเสียภาษี (โดยหลักคือที่ตั้งร้านค้าหรือที่พักอาศัยของคุณ) หากไม่แน่ใจว่าสำนักงานใดรับผิดชอบเว็บไซต์ของกรมสรรพากรญี่ปุ่นให้คุณค้นหาได้จากที่อยู่ของคุณ

ความคิดเห็นจากหัวหน้างาน

ความคิดเห็นจากหัวหน้างาน

Point

คำถามที่ว่า “ควรยื่นที่สำนักงานสรรพากรเขตที่อยู่ร้าน หรือเขตที่อยู่บ้านดี?” มีคนถามกันเยอะมาก จริง ๆ แล้วโดยพื้นฐานให้ถือว่าที่อยู่บ้าน (ที่อยู่ตามทะเบียน) เป็นสถานที่ชำระภาษีก็เพียงพอ และหากต้องการจะใช้ที่ตั้งร้านเป็นสถานที่ชำระภาษีก็ทำได้เช่นกัน อย่าคิดตรงจุดนี้ให้ยุ่งยากจนทำให้มือไม่กล้าลงมือทำ ก่อนอื่นยื่นตามสำนักงานสรรพากรที่ดูแลพื้นที่ที่อยู่บ้านของคุณก็ไม่มีปัญหาอะไร

คุณสามารถเลือกวิธีการยื่นได้จาก 4 วิธีต่อไปนี้

โปรดทราบว่าการจัดการเอกสารยืนยันตัวตนจะแตกต่างกันไปตามวิธีการยื่นแบบ หากยื่นผ่าน e-Tax ไม่จำเป็นต้องแนบเอกสารยืนยันตัวตน แต่หากยื่นเป็นเอกสาร (ยื่นที่เคาน์เตอร์หรือส่งทางไปรษณีย์) จะต้องมีการยืนยันตัวตนเนื่องจากมีการระบุหมายเลข My Number

แบบคำขออนุมัติยื่นภาษีเงินได้แบบฟ้าครามที่ต้องการยื่นพร้อมกัน

หากคุณต้องการวางแผนประหยัดภาษีเมื่อเปิดกิจการร้านอาหาร เอกสารที่ควรยื่นพร้อมกับแบบแจ้งเริ่มประกอบกิจการก็คือ “คำขออนุมัติยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้แบบสีน้ำเงิน (青色申告承認申請書)” เมื่อยื่นคำขอนี้แล้ว คุณจะสามารถยื่นภาษีแบบสีน้ำเงินได้ และหากปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น การทำบัญชีแบบบัญชีคู่ก็จะสามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนพิเศษสำหรับการยื่นแบบสีน้ำเงินได้สูงสุด 650,000 เยนได้

จำนวนเงินหักลดหย่อนจะแตกต่างกันไปตามวิธีการบันทึกบัญชีและวิธีการยื่นแบบ ดังนี้

  • 650,000 เยน:ยื่นแบบด้วยบัญชีคู่ + e-Tax
  • 550,000 เยน: การทำบัญชีแบบสองด้าน + การยื่นเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร
  • 100,000 เยน: การทำบัญชีแบบง่าย

【โปรดตรวจสอบ】มีมติให้ทบทวนมาตรการหักลดหย่อนพิเศษสำหรับผู้ยื่นแบบภาษีเงินได้ด้วยวิธีบัญชีสีน้ำเงิน (青色申告特別控除) ในการปรับปรุงกฎหมายภาษีสำหรับปีงบประมาณเรวะ 8 และจะเริ่มบังคับใช้กับภาษีเงินได้ประจำปีเรวะ 9 (ปี 2027) เป็นต้นไป โดยหากทำบัญชีแบบบัญชีคู่ (複式簿記) + ยื่นแบบผ่าน e-Tax + จัดทำและเก็บรักษาบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ที่มีคุณภาพตามเกณฑ์ จะสามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนได้สูงสุด 750,000 เยน ในทางกลับกัน หากยื่นแบบด้วยเอกสารกระดาษ วงเงินหักลดหย่อนจะถูกลดลงเหลือ 100,000 เยน สำหรับการยื่นแบบของปี 2026 ยังใช้กติกาเดิมคือหักลดหย่อนได้สูงสุด 650,000 เยน ดังนั้นผู้ที่กำลังจะเริ่มกิจการตั้งแต่ตอนนี้สามารถเตรียมตัวตามกฎหมายปัจจุบันได้โดยไม่มีปัญหา กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากรญี่ปุ่น (国税庁) หัวข้อ “No.2072 青色申告特別控除”.

กำหนดยื่นคือภายใน 2 เดือนนับจากวันที่เริ่มประกอบกิจการ (กรณีผู้ที่ประกอบกิจการอยู่แล้วและเปลี่ยนระบบ ให้ยื่นได้ถึงวันที่ 15 มีนาคมของปีนั้น) การยื่นแบบนี้ใช้สำนักงานสรรพากรเดียวกับที่ยื่นแบบแจ้งเริ่มประกอบกิจการ ดังนั้นหากยื่นพร้อมกันก็จะไม่ต้องทำเรื่องซ้ำซ้อน ช่วงเตรียมตัวเปิดกิจการเป็นช่วงที่ยุ่งอยู่แล้ว จึงควรจัดการทุกอย่างให้เสร็จไปพร้อมกันเลยจะดีกว่า

ขั้นตอนสำหรับผู้ประกอบการบุคคลธรรมดากับนิติบุคคลแตกต่างกันไหม?

หากจะเริ่มกิจการในรูปแบบนิติบุคคล (บริษัท) เอกสารที่ต้องยื่นจะต่างจากกรณีบุคคลธรรมดาโดยสิ้นเชิง เอกสารที่เทียบได้กับ “แบบแจ้งเริ่มประกอบกิจการ” ของบุคคลธรรมดา คือ “แบบแจ้งจัดตั้งนิติบุคคล” สำหรับบริษัท โดยต้องดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งที่กรมทะเบียนการค้าหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงยื่นเอกสารดังกล่าวต่อกรมสรรพากร เนื่องจากขั้นตอนของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลแตกต่างกัน จึงควรระมัดระวังในส่วนนี้ให้ดี

ใบอนุญาตและการแจ้งอื่น ๆ ที่จำเป็นนอกเหนือจากใบแจ้งเริ่มประกอบธุรกิจ

ในการเปิดร้านอาหาร นอกจากการยื่นคำขอจดทะเบียนเปิดกิจการต่อสำนักงานสรรพากรแล้ว ยังจำเป็นต้องขออนุญาตและยื่นแจ้งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ด้วย

  • ใบอนุญาตประกอบกิจการจากสำนักงานสาธารณสุข(ใบอนุญาตประกอบกิจการร้านอาหาร)
  • การแต่งตั้งผู้รับผิดชอบด้านสุขาภิบาลอาหาร
  • การแจ้งต่อสถานีดับเพลิงและสถานีตำรวจ(ขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทของสถานประกอบการ)

ขั้นตอนเหล่านี้เป็นกระบวนการสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจว่าจะสามารถเปิดกิจการได้หรือไม่ วิธีการขออนุญาตแต่ละประเภทและเอกสารที่ต้องใช้ ได้อธิบายไว้อย่างละเอียดใน “คู่มือครบวงจรสำหรับการดำเนินเรื่องเปิดร้านอาหาร” โปรดตรวจสอบประกอบไปด้วย

เราขอแนะนำบทความนี้ด้วยเช่นกัน
คู่มือครบวงจรเรื่องขั้นตอนการเปิดร้านอาหาร|สรุปรายการเอกสารแจ้งหน่วยงาน ค่าใช้จ่าย และกำหนดการอย่างละเอียด [อัปเดตล่าสุดปี 2026]
店舗運営

คู่มือครบวงจรเรื่องขั้นตอนการเปิดร้านอาหาร|สรุปรายการเอกสารแจ้งหน่วยงาน ค่าใช้จ่าย และกำหนดการอย่างละเอียด [อัปเดตล่าสุดปี 2026]

【สำหรับผู้ที่กำลังจะเปิดร้านอาหารเป็นครั้งแรก】อธิบายขั้นตอนอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนเปิดร้านไปจนถึงวันเปิดร้านจริง พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับขั้นตอนที่จำเป็น การวางแผนเงินทุน และจุดสำคัญในการเลือกทำเลและอุปกรณ์


หลังจากเปิดกิจการได้อย่างราบรื่นแล้ว ประเด็นถัดไปคือการวางระบบว่าเราจะจัดการ “การรับจอง” และ “การดูแลลูกค้า” อย่างไร หากเตรียมระบบสนับสนุนการดำเนินงานของร้านควบคู่ไปกับการเตรียมเปิดร้านตั้งแต่เนิ่น ๆ การบริหารหลังวันเปิดร้านจะราบรื่นขึ้นมาก
【ดาวน์โหลดเอกสาร Respo เกี่ยวกับการสร้างระบบรับจองและบริหารลูกค้าหลังเปิดกิจการ / ปรึกษาฟรี】

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ควรกำหนดวันเริ่มกิจการเป็นวันไหนดี?
ตอบ: ไม่มีข้อกำหนดตายตัว คุณสามารถกำหนดวันใดก็ได้ที่สามารถอธิบายเหตุผลได้อย่างชัดเจน เช่น วันเปิดร้านจริง หรือวันที่เริ่มเตรียมการดำเนินธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถกำหนดเป็นวันที่อยู่ในอนาคตหลังจากวันยื่นเอกสารได้

ถาม: ถ้าภายหลังจากยื่นเรื่องไปแล้ว มีการเปลี่ยนชื่อร้านหรือที่อยู่ จะทำอย่างไร?
ตอบ: ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลง อาจจำเป็นต้องยื่นแบบแจ้งใหม่อีกครั้ง กรุณาตรวจสอบกับสำนักงานสรรพากรที่รับผิดชอบพื้นที่ของคุณ

ถาม: ถ้าทำสำเนาเอกสารหายจะทำอย่างไรดี?
ตอบ: ในบางกรณี คุณอาจตรวจสอบเนื้อหาที่เคยยื่นไปแล้วได้ ผ่านขั้นตอนต่าง ๆ เช่น “คำขอเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่หน่วยงานถือครองอยู่” ก่อนอื่นให้ลองติดต่อสอบถามที่สำนักงานสรรพากรซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ของคุณก่อน

ถาม: มีค่าใช้จ่ายในการยื่นเอกสารไหม?
ตอบ: ทั้งแบบฟอร์มแจ้งเริ่มประกอบธุรกิจและแบบคำขออนุมัติยื่นแบบภาษีเงินได้แบบสีน้ำเงิน ไม่มีค่าใช้จ่ายในการยื่นเอกสารเอง

ถาม: นิติบุคคลจำเป็นต้องยื่นแบบแจ้งเริ่มประกอบธุรกิจหรือไม่?
ตอบ: ในกรณีของนิติบุคคล จะไม่ได้ยื่น “แบบแจ้งเริ่มประกอบธุรกิจ” แต่ต้องยื่น “แบบแจ้งจัดตั้งนิติบุคคล” แทน เนื่องจากขั้นตอนดำเนินการแตกต่างกัน กรุณาตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวกับการจัดตั้งนิติบุคคลโดยเฉพาะ

สรุป

สุดท้ายนี้ ขอทบทวนประเด็นสำคัญของการยื่นจดทะเบียนเปิดกิจการร้านอาหารกันอีกครั้ง

  • โดยหลักแล้ว กำหนดยื่นภายใน 1 เดือนนับจากวันเริ่มประกอบกิจการ
  • ให้ยื่นต่อสำนักงานสรรพากรที่มีอำนาจดูแลพื้นที่ที่ตั้ง (สถานที่ชำระภาษี)
  • คุณสามารถขอรับแบบฟอร์มได้ที่เคาน์เตอร์ของสำนักงานสรรพากรหรือดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ของกรมสรรพากรแห่งชาติ
  • ต้องใช้ทั้งแบบฟอร์มแจ้งเริ่มประกอบธุรกิจ + เอกสารยืนยันหมายเลข My Number + เอกสารยืนยันตัวตน เป็นชุดครบถ้วน
  • ถ้าต้องการประหยัดภาษี ควรยื่นคำขออนุมัติยื่นแบบแสดงรายการภาษีแบบสีน้ำเงินไปพร้อมกันด้วย

ทั้งนี้ หากคุณจะเปิดกิจการในรูปแบบนิติบุคคล จะต้องดำเนินการอีกชุดหนึ่งโดยใช้ “แบบฟอร์มจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล” การยื่นคำขอเปิดกิจการ (開業届) เองไม่ใช่เอกสารที่ซับซ้อนมากนัก เพียงทำความเข้าใจประเด็นสำคัญและยื่นให้เรียบร้อยตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็จะสามารถเริ่มต้นเปิดร้านได้อย่างสบายใจ ภาพรวมทั้งหมดของการเปิดร้านอาหารสามารถตรวจสอบได้ในคู่มือฉบับสมบูรณ์ด้านล่าง หากต้องการทำความเข้าใจภาพรวมของขั้นตอนการเปิดกิจการ โปรดดู “คู่มือครบวงจรขั้นตอนการเปิดร้านอาหาร” ประกอบด้วย

เราขอแนะนำบทความนี้ด้วยเช่นกัน
คู่มือครบวงจรเรื่องขั้นตอนการเปิดร้านอาหาร|สรุปรายการเอกสารแจ้งหน่วยงาน ค่าใช้จ่าย และกำหนดการอย่างละเอียด [อัปเดตล่าสุดปี 2026]
店舗運営

คู่มือครบวงจรเรื่องขั้นตอนการเปิดร้านอาหาร|สรุปรายการเอกสารแจ้งหน่วยงาน ค่าใช้จ่าย และกำหนดการอย่างละเอียด [อัปเดตล่าสุดปี 2026]

【สำหรับผู้ที่กำลังจะเปิดร้านอาหารเป็นครั้งแรก】อธิบายขั้นตอนอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนเปิดร้านไปจนถึงวันเปิดร้านจริง พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับขั้นตอนที่จำเป็น การวางแผนเงินทุน และจุดสำคัญในการเลือกทำเลและอุปกรณ์


บทความยอดนิยม

บทความแนะนำในหมวดหมู่เดียวกัน

ดูเพิ่มเติม

แท็กเด่น

ดูเพิ่มเติม

Respo คือ,เราสนับสนุนเจ้าของร้านอาหารที่กำลังไล่ตามความฝันของพวกเขา

คุณสามารถสร้างหน้าจองออนไลน์ฟรีที่แปลเป็นภาษาต่างๆ ทั่วโลกโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยดึงดูดลูกค้าจากทั่วทุกมุมโลกได้

คุณสามารถเปิดร้านค้าออนไลน์เพื่อจัดส่งอาหารจานเด็ดของร้านอาหารของคุณไปทั่วประเทศได้อย่างง่ายดายในตอนนี้

นี่คือบริการจัดการการจองสำหรับร้านอาหาร ช่วยให้คุณจัดการการจองที่ลงทะเบียนผ่านช่องทางต่างๆ ได้ในที่เดียว

คุณสามารถใช้อุปกรณ์พกพาได้มากเท่าที่คุณต้องการ ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์หรือการติดตั้งที่ซับซ้อน คุณจึงสามารถนำระบบแคชเชียร์มาใช้ได้ทันทีในราคาประหยัด

เปลี่ยนร้านค้าของคุณให้เป็นระบบไร้เงินสดได้ง่ายๆ ด้วยเครื่องรับชำระเงินเพียงเครื่องเดียว ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า ไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือน และค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมเริ่มต้นเพียง 1.98%

บริการนี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถสั่งอาหารในร้านหรือซื้อกลับบ้านได้โดยใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต

เร็วๆ นี้

บริการจัดการลูกค้าสัมพันธ์นี้จะจดจำการตั้งค่าของลูกค้าโดยอัตโนมัติและกระตุ้นให้พวกเขากลับมาใช้บริการอีกครั้ง

เร็วๆ นี้

บริการนี้ช่วยให้คุณจัดการข้อมูลจากเว็บไซต์เกี่ยวกับอาหารรสเลิศและโซเชียลมีเดียทั้งหมดได้ในที่เดียว

การยื่นคำขอเปิดร้านอาหาร | อธิบายวิธีเขียน วิธีส่ง และสถานที่ยื่น พร้อมตัวอย่างการกรอก | นิตยสาร Superpo